วิชาพระพุทธศาสนาและวัฒธรรม

รายวิชาพระพุทธศาสนาและวัฒธรรม
เรื่องมารยาชาวพุทธ

 มารยาทหมายถึง ระเบียบแบบแผน หรือขอบเขตอันเป็นข้อจำกัดที่บุคคลพึงประพฤติปฏิบัติเพื่อความสงบสุข
 ทั้งแก่ตนเอง และส่วนรวม

          มารยาทนั้นมุ่งการประพฤติปฏิบัติ ให้เกิดขึ้นทางกาย และทางวาจา ซึ่งเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ง่าย
 มารยาท และการวางตัวที่เหมาะสม จึงเป็นปราการด่านแรกที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ผ่านการอบรมฝึกฝน
 ตนมาดี มีคุณสมบัติของผู้ดีมีวัฒนธรรมอันเจริญ สามารถยังจิตของผู้พบเห็นให้ยินดีเลื่อมใส นอกจากนี้ยังเป็นการแสดง
 ถึงความเป็นผู้มีความเคารพ อ่อนน้อม ส่งผลให้เกิดความเคารพในพระรัตนตรัย และเคารพในการปฏิสันถารอีกด้วย
            



   การยืนตามลำพัง 

            ขาทั้งสองข้างชิดกัน หรืออยู่ในท่าพักแขน ปล่อย
  แนบลำตัวหรือจะประสานไว้ข้างหน้าเล็กน้อย จะยืนเอียง
  ข้างนิดหน่อยก็ได้  แต่ต้องให้อยู่ในท่วงที ที่สง่างาม
  อย่ายืนขากาง แกว่งแขน หันหน้าไปมา ลุกลี้ลุกลนหรือ
  หลุกหลิก ล้วงกระเป๋า แคะ แกะ เกา เป็นต้น
       การยืนเฉพาะหน้าผู้ใหญ่

             ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรยืนตรงหน้าผู้ใหญ่ แต่ควรยืน
เอียงไปทางใดทางหนึ่ง ดังนี้คือ ยืนตรง ขาชิดปลายเท้า
ห่างกันเล็กน้อย มือทั้งสองแนบชิดข้าง ท่าทางสำรวม

       การประสานมือทำได้ ๒ วิธี
   ๑. คว่ำมือซ้อนกัน จะเป็นมือไหนทับมือไหนก็ได้
   ๒. หงายมือทั้ง ๒ สอดนิ้วเข้าระหว่างช่องนิ้วของแต่ละนิ้ว
มารยาทในการเดิน

      
วิธีเดินเข่า 
๑. นั่งคุกเข่าตัวตรง มือทั้งสองข้างปล่อยตามสบาย
อยู่ข้าง ๆ ลำตัว
       ๒. ยกเข่าขวา-ซ้ายก้าวไปข้างหน้าสลับกันไปมา ปลายเท้าตั้งช่วงก้าวของเข่ามีระยะพองาม ไม่กระชั้น
       เกินไป มือไม่แกว่ง หากผ่านผู้ใหญ่ให้ก้มเล็กน้อย ขณะเดินเข่าระมัดระวังอย่าให้ปลายขาทั้งสองแกว่ง
       ไปมา ขณะก้าวเข่าอย่าให้ปลายเท้าลากพื้นจนมีเสียงดัง
       ๓. เมื่อจะลุกจากการเดินเข่า ให้ชันเข่าข้างหนึ่งข้างใดมาข้างหน้า อีกข้างหนึ่งกดลงไปกับพื้นแล้วยกตัวขึ้นช้า ๆ
การเดินตามลำพัง

       ให้เดินอย่างสุภาพหลังตรงช่วงก้าวไม่ยาว
หรือสั้นจนเกินไป แกว่งแขนแต่พองาม สำหรับ
ผู้หญิงขณะเดินให้ระมัดระวังการแกว่งแขนและ
สะโพกให้อยู่ในอิริยาบถที่เป็นไปโดยธรรมชาติ
     การเดินกับผู้ใหญ่

              ให้เดินไปทางซ้ายค่อนไปทางหลังเล็กน้อย
    เว้นแต่ต้องเดินในที่จำกัด จึงเดินตามหลังเป็นแถว
   ท่าเดินต้องนอบน้อมช่วงก้าวพองาม อย่าเดินส่ายตัว
   หรือโคลงศรีษะ            
             ในกรณีที่ต้องเดินตามหลังระยะใกล้ ๆ
   ต้องคอยสังเกตว่า ผู้ใหญ่ที่เดินนำอยู่นั้นจะหยุด
   ณ ที่แห่งใด จะได้ชลอฝีเท้าลง ป้องกันมิให้เดิน
   ชนท่าน


มารยาทในการนั่ง

การนั่งพับเพียบ    
                เป็นการนั่งที่นิยมกันในหมู่ชาวพุทธ ถือว่าสุภาพเรียบร้อย สวยงามน่าดูน่าชมปฏิบัติกันมาแต่โบราณกาล
     จนถึงทุกวันนี้ นิยมปฏิบัติประจำทั้งทางโลก และทางธรรม โดยเฉพาะขณะเข้าร่วมประชุม ณ สถานที่ซึ่ง
     ต้องนั่งกับพื้น
     วิธีนั่งพับเพียบ

            ๑.
การนั่งพับเพียบขวา ให้นั่งพับขาขวา
      ปลายเท้าขวาหันไปทางด้านหลัง หงายฝ่าเท้า
      ซ้ายขึ้นวาง ขาขวาทับฝ่าเท้าซ้าย หรือเพียงแค่
      แตะจรดขาขวาบริเวณหัวเข่า ตั้งกายให้ตรง
      ระวังอย่าให้นิ้วเท้าซ้ายเกินหัวเข่าขวาออกมา
      ข้างหน้า (ดังรูป)
    ๒.การนั่งพับเพียบซ้าย ให้นั่งพับขาซ้ายปลายเท้าซ้าย
     หันไปด้านหลัง หงายฝ่าเท้าขวาขึ้นวาง ขาซ้ายทับฝ่าเท้า
     ขวา หรือเพียงแค่แตะจรดขาขวาบริเวณหัวเข่า ตั้งกาย
     ให้ตรง ระวังอย่าให้นิ้วเท้าขวาเกินหัวเข่าออกมาข้างหน้า
     วิธีการเปลี่ยนท่านั่งพับเพียบ 
                ใช้มือทั้งสองยันที่หัวเข่าทั้งสอง หรือยันพื้น
      ด้านข้างลำตัวหรือด้านหน้า แล้วกระหย่งตัวขึ้นพร้อม
      กับพลิกเปลี่ยนเท้าพับไปอีกข้างหนึ่ง โดยพลิกเท้า
      ผลัดเปลี่ยนกันอยู่ด้านหลังไม่นิยมยกมาผลัดเปลี่ยน
     ทางด้านหน้า
    การนั่งขัดสมาธิ
               เอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นิ้วหัว
      แม่มือข้างขวาจรดนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย  ตั้งกายให้ตรง
      อย่างสบาย ๆ ไม่ยืด ไม่เกร็ง
   การนั่งคุกเข่า
    เป็นกิริยาอาการนั่งเตรียมตัวเพื่อจะกราบพระรัตนตรัย
    แบบเบญจางคประดิษฐ์

   วิธีการนั่งคุกเข่า ชาย (อุบาสก)
   นิยมนั่งคุกเข่า ตั้งปลายเท้าทั้งสองยันพื้นไว้
   นิ้วเท้าพับลงราบกับพื้น เท้าทั้งคู่แนบชิดสนิทกัน
   นั่งทับลงบนส้นเท้าทั้งคู่ แยกหัวเข่าทั้งสองออก
   ห่างกันประมาณ ๑ คืบ อวัยวะที่ยันพื้นจะได้ฉาก
   เป็นรูปสามเส้า เพื่อป้องกันมิให้ล้มได้ง่ายมือทั้ง
   สองวางทอดราบไว้ที่เหนือหัวเข่าทั้งสองให้นิ้วมือ
   ทั้งห้าแนบชิดสนิทกัน วางมืออย่างสบาย ๆ
   ไม่มีอาการเกร็ง
    หญิง (อุบาสิกา)
                   นิยมนั่งคุกเข่าราบ เหยียดหลังเท้า
     ทั้งสองให้ราบกับพื้นไปทางด้านหลังให้ฝ่าเท้า
     ทั้งสองแนบชิดสนิทกัน หรือให้ปลายเท้าทั้งสอง
     ทับกันเล็กน้อยก็ได้ นั่งทับ ลงบนฝ่าเท้าทั้งสอง
     เข่าทั้งสองชิดกัน มือทั้ง สองวางทอดราบไว้ที่
     หัวเข่าทั้งสอง ให้นิ้วมือทั้งห้าแนบชิดสนิทกัน
     วางมืออย่างสบาย ๆ ไม่มีอาการเกร็ง





มารยาทในการนอน


 ๑. ไม่ทำเสียงดังรบกวนผู้อื่นขณะอยู่ในห้องนอน (หากนอนร่วมกันกับผู้อื่น)
               ๒. เมื่อไฟปิดแล้วไม่ควรทำให้มีแสงใด ๆ เกิดขึ้นในห้องนอน เช่น แสงไฟฉาย เป็นต้น
               ๓. ไม่วางสิ่งของใด ๆ ขวางทางเดินในห้องนอน เพราะอาจเดินสะดุดได้เวลากลางคืน
               ๔. นอนในที่นอนของตน, ไม่นอนบนที่นอนเดียวกัน ๒ คนขึ้นไป
               ๕. หันเท้าไปในทางเดียวกันกับเพื่อนร่วมห้อง และไม่หันไปในทางที่มีสิ่งสักการะบูชา
                ๖. นอนอย่างมีสติ สำรวมกิริยาอาการของร่างกาย



ที่มา
http://www.kalyanamitra.org/culture/index23.html